6 อาชีพเสริมทำเงินในยุคปัจจุบัน

  “6 อาชีพเสริมทำเงินในยุคปัจจุบัน”

737

1.ขายสินค้าออนไลน์

มันเป็นโอกาสดีนะครับ ถ้าเพื่อนๆใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่นFacebook ในตอนเย็น ทำไมเพื่อนๆไม่ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการเพิ่มรายได้ให้กับตัวเพื่อนๆเองล่ะครับ? อาจเริ่มโดยการขายที่เพื่อนๆสนใจ ซึ่ง Facebook ก็ได้บอกว่ามีหลายธุรกิจที่ทำการค้าขายผ่านออนไลน์ แต่สิ่งสำคัญ คือคุณต้องบริหารเวลา การจัดส่งสินค้า การตรวจสอบเงินโอนให้เป็นระบบด้วยนะครับ

2.ขายของกิน

หากเพื่อนๆเป็นคนหนึ่งที่มีฝีมือในการทำอาหารอร่อย แต่ต้องทำงานประจำทุกวัน การขายของกินไม่ว่าจะเป็นขายข้าวแกง หรือข้าวกล่อง ซึ่งเพื่อนๆสามารถเลือกช่วงเวลาที่จะขายได้ด้วยตัวเอง เช่น เลิก 5 โมงเย็นทุกวัน เพราะจะได้ไม่กระทบต่องานประจำอีกด้วย ก็ลองทำเมนูง่ายๆ มาลองขายก่อนก็ได้ อย่างเช่น ขายขนม ไก่ทอด และถ้าหากสินค้ายังขายไม่ดีก็อาจจะลองเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจับทางลูกค้าถูกว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชอบทานอะไร ซึ่งอาชีพเสริมขายของกินนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานเสริมที่น่าสนใจและมีรายได้ดีเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ยังสามารถต่อยอดธุรกิจด้วยการรับทำข้าวกล่องหรือรับออเดอร์ได้ด้วย ยิ่งถ้าเป็นช่วงนี้เทรนสุขภาค อาหารลดน้ำหนักกำลังมาแรงทำง่าย ต้นทุนต่ำกำไรงาม จัดโลดเลยครับ

3.ขายในสิ่งที่เรารัก หรือ เพื่อนๆถนัด

เพื่อนๆบางคนอาจจะถนัดในการเย็บปักถัดร้อย บางคนถนัดเขียนบทความยาวๆ บางคนถนัดร้องเพลง ก็ลองมาคิดเล่นๆดูนะครับเพื่อนๆว่าทำไมเราไม่ลองเอาสิ่งที่เรารัก ทำให้มันกลายเป็นเงินล่ะครับ? ถ้าเราสามารถต่อยอดสิ่งที่เรารักให้กลายเป็นเงินได้เพื่อนๆลองนึกภาพดูนะครับ เราจะทำงานแบบมีความสุขแค่ไหนครับ?

4.พัฒนาแอพพริเคชั่น

สร้างแอพพลิเคชั่นบนมือถือและสมาร์ทโฟนขาย เป็นธุรกิจทำเงินที่สร้างรายได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยรายได้ที่ว่านั้นมาจากโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฎบนแอปพลิเคชั่นของเพื่อนๆ หลายๆ คนก็เริ่มหาความรู้ เพื่อที่จะสร้างแอพพลิเคชั่น หวังว่าจะเป็นนวัตกรรมดึงดูดผู้คนให้เข้ามาดาวน์โหลด ซึ่งยิ่งมียอดดาวน์โหลดมากเพียงใด นั่นก็เท่ากับว่าผู้สร้างแอพก็จะมีรายได้เข้ากระเป๋ามากเท่านั้น และถึงแม้ช่องทางหาเงินนี้ เริ่มต้นอาจต้องใช้เวลาหน่อยในการสร้างแอพพลิเคชั่น แต่เมื่อใดที่เพื่อนๆลงมือทำแล้วละก็ ครั้งต่อไปเพื่อนๆเองจะสามารถบริหารเวลาในการปล่อยแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้ดีทีเดียว

5.บริการสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือรับเลี้ยง+ดูแลสัตว์

ถ้าเพื่อนๆเป็นคนที่รักสัตว์อยู่แล้วก็คงไม่ใช่ปัญหานะครับ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ใช้เวลาหลังเลิกงานและวันหยุด เปิดร้าน Grooming Space ร้านอาบน้ำตัดขนให้น้องหมาและน้องแมว ก็ได้ครับ หรือบริการรับดูแลสัตว์ในวันที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ก็เป็นอาชีพที่เข้าท่าเลยนะครับ

6.รับสอนพิเศษความสามารถพิเศษ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เพื่อนๆถนัดและคิดว่าเป็นความสามารถพิเศษ เช่น รับสอนดนตรี รับสอน คอมพิวเตอร์พื้นฐาน รับสอนพิเศศวิชายากๆ แค่นี้ก็สามารถทำเงินหลังเลิกงานได้เหมือนกันครับเพราะในปัจจุบันมีนักเรียนมากมายที่ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อแลกกับความรู้พวกนี้ครับ จังทำให้สภาบันสอนพิเศษเปิดให้บริการเป็นดอกเห็ดกันเลยทีเดียว

เป็นไงกันบ้างครับเพื่อนๆอ่านบทความนี้ของผมจบผมเชื่อว่าเพื่อนๆน่าจะพอมีแนวทางในการหา อาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้เสริมทำหลังเลิกงานแล้วนะครับ

อ.ไสว   บุตวงศ์   เป็นทีมงาน Elite-ssc ทีมออนไลน์อันดับ  1  

เบอร์โทร  093-3210248   Line ID : wai22sci

เข้ามาทักทายผมที่  https://www.facebook.com/wai22sci

เว็บไซต์ :  https://wai22sci.wordpress.com/

สนใจเข้าร่วมธุรกิจกับผมที่ :    http://elitessc.com/wai22sci 

 

สูตรสำเร็จการสร้างความมั่นคั่ง ร่ำรวย

สูตรสำเร็จการสร้างความมั่นคั่ง ร่ำรวย 1_1-778

สวัสดีครับ ผม อ.ไสว บุตวงศ์  ถ้าพูดถึงการสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย ต้องมาทำความเขาใจก่อนนะครับว่าในสังคมเรามีคนจน คนชั้นกลาง คนรวย ซึ่งคน 3 กลุ่มนี้มีวิธีคิดที่แตกต่างกัน

คำถาม คือ ว่าเขาคิดต่างกันอย่างไร? พอจะรู้ไหมครับ  และนอกจากความคิดแล้ว

คนจน คนชั้นกลางและ คนรวย เขาก็ใช้เงินต่างกันด้วยนะครับ

คำถาม คือ แล้วเขาใช้เงินต่างกันอย่างไร

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจศัพท์ทางการเงิน ก่อนนะครับ

การเงิน

-รายได้  คือ เงินที่คุณหามาได้

-รายจ่าย คือ เงินที่คุณจ่ายออกไป

-ทรัพย์สิน คือ สิ่งที่สร้างรายได้ให้กับคุณ

-หนี้สิน คือ สิ่งทำให้คุณต้องเสียงเงิน

ถ้าพูดถึง หนี้สิน กับ ทรัพย์สิน  คนส่วนใหญ่คิดว่า บ้านเป็นทรัพย์สิน แต่ในความจริงแล้วตามนิยามที่ให้ไว้ในข้างต้นนั้น บ้าน คือ หนี้สิน เพราะต้องบำรุงรักษา ต้องผ่อน แต่ถ้าบ้านจะเป็นทรัพย์สินได้ก็ต่อเมื่อ ถ้าซื้อมาแล้วตกแต่และขายออกไป

คำถามมีอยู่ว่า เงินมาทางไหน แล้วออกไปทางไหน ?

วันที่เงินเดือนออก คนจนเอาเงินไปซื้ออะไร ?

ก็เอาไปซื้อ สิ่งของ ไร้สาระ ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตสิครับ  เช่น

-ซื้อเสื้อผ้า ที่ยังมีอยู่ล้นตู้

-เครื่องสำอาง  ที่เกินความจำเป็น

-โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่  ทั้งที่เครื่องเดิมยังใช้ได้อยู่

-หนังสือ ที่ไม่เคยอ่านจบเล่มเลย

-แผ่น DVD ภาพยนตร์เอามาดู เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้แม้จะไม่แพงแต่ว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ถ้าคุณไปบ้านของคนพวกนี้ คุณก็จะเจอ บ้านเขารกเต็มไปหมด ถ้ามองไปที่โต๊ะจะหาสิ่งของที่จำเป็นแทบไม่เจอเลย บนผนังก็มีอะไรต่อมิอะไรแขวนเต็มไปหมด

ดังนั้น วันที่เงินเดือนออกคนจน เขาทำกันอย่างไรละครับ มีรายได้เขามามันก็วิ่งออกไปทางรายจ่ายจนหมด คนจนเขาจะไม่เคยเรียนรู้เรื่องทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ข้อแก้ตัวของเขา คือ ว่าสิ่งเขาซื้อมามันราคาไม่แพง  ปัญหาก็คือเขาจะ ไม่เคยจะถูกนำเงินไปใช้ในทางที่จะสร้างรายได้ขึ้นมาเลย  คนส่วนใหญ่คิดแบบนี้ครับ   จริงๆแล้วการสร้างความมั่นคั่งไม่ใช่  เรื่องลึกลับ แต่มันมีวิธีทำ มันมีสูตร นะครับ เพียงแต่ว่า คนทั่วไปไม่รู้วิธีทำ นะครับ หรือ ว่ารู้แต่ไม่ลงมือทำ

คนจน

ที่นี่เราดูกันว่า คนชั้นกลางเขาซื้ออะไรครับ

คนชั้นกลางเป็นคนที่เขาใจผิด คิดว่าตนเองรวยแล้วมีรายได้มากแล้วแต่จริงๆไม่ใช่ครับ คนพวกนี้เขามีรายได้มากก็จริง แต่สิ่งที่เขาเอาเงินไปซื้อ มันทำให้เขาขังตัวเองอยู่กับที

เวลาที่เงินเดือนออกมา คนชั้นกลางเขาก็เอาเงินไปซื้อหนี้สิน เช่น บ้าน รถ คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง หรือไม่ก็ไปเป็นหนี้บัตรเครดิต  เฉพาะนั้นรายได้เข้ามาก็เข้าที่ช่องหนี้สิน แล้วเงินก็ออกมาช่องรายจ่าย ไม่นานผ่านไปกว่าจะรู้ตัว รายจ่ายจะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงจุดที่เขาจ่ายไม่ไหว  ตัวอย่างเช่น เขาได้เงินมาเขาก็เอาไปซื้อรถ เอาไปผ่อนรถ    ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับรถ ค่าบำรุงรักษาต่างๆก็ตามมา เงินก็ออกไปตามช่องรายจ่ายไม่นานผ่านไป กว่าจะรู้ตัวรายจ่ายมันก็บานพอกพูนจนกระทั่งมันแซงรายได้

ไม่ว่าเขาจะมีเงินเดือนเท่าไร เขาก็จะไปหาภาระมาแบก จนเต็มความสามารถในการชำระ

คนพวกนี้ตกงานไมได้ครับ เพราะว่าจะไม่มีรายได้ มาใช้จ่ายในสิ่งที่เขาต้องจ่าย

ในรายเดือนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน อะไรต่างๆคนพวกนี้จะรักงานประจำ ต้องการงานที่มีความมั่นคงไม่กล้าจะออกมาทำธุรกิจ เพราะกลัวว่ารายได้จะไม่คงที่กลัวจะไม่สามารถจ่ายในสิ่งเหล่านี้ได้

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของชนชนกลาง คือ รายได้ของเขาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและเวลาของตัวเขาเองนะครับ ทุกเช้าเขาต้องออกจากบ้านไป เพื่อไปขายเวลา ขายความสามารถ เพื่อไปแลกกับเงินของคนอื่น  สมมุติว่าคุณเป็นทนาย ทนายมีความสามารถทางด้านกฎหมาย คนก็จ่ายเงินให้กับทนาย ปัญหาก็ คือว่าถ้าทนายหยุดทำงาน เขาก็จะไม่ได้เงินจากลูกค้า

เรามาดูคนรวย เขาได้เงินมาเขาซื้ออะไร ?

เอาไปซื้อทรัพย์สินครับ ย่ำอีกครั้งหนึ่งครับ ทรัพย์สิน คือ สิ่งที่สร้างรายได้ให้กับเรา เฉพาะนั้นถ้าอยากรวยให้ซื้อทรัพย์สิน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้เราเพิ่มขึ้นครับ

การหมุนเวียนของเงิน คือ ทรัพย์สินก็จะสร้างเงินให้เราเรื่อยๆ มันก็จะกลับเขามาทางช่องรายได้  พอเรามีรายได้เราก็เอารายได้นั้นจ่ายออกไป    แล้วอะไรเป็นตัวอย่างของทรัพย์สินละครับ ?

การลงทุน การซื้อหุ้น การซื้อพันธบัตร ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ก็เป็นทรัพย์สินที่จะทำเงินให้คุณนะครับ

การเรียนรู้เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งนะครับ ถ้าหากคุณเรียนรู้แล้วคุณเอาสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ ทำให้มีรายได้ ถือว่าเป็นการซื้อทรัพย์สินอย่างหนึ่งนะครับ

เคยได้ยินประโยชน์หนึ่งเขาว่า ถ้าคุณคิดว่าการเรียนรู้มันแพง ลองนึกดูว่า ความไม่รู้ หรือ ค่าโง่ มันแพงแค่ไหน

ทรัพย์สินอีกอย่างหนึ่งที่คนรวยชอบซื้อ คือ ธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องให้คุณนะครับ รายได้ต่อเนื่องหมายถึง เมื่อคุณสร้างอะไรขึ้นมาแล้ว มันจะสร้างรายได้ให้คุณเรื่อยๆโดยคุณไม่ต้องทำอะไรกับมันอีกเลย นะครับ เช่นคุณไปซื้อตู้เกมและไปเช่าที่ในห้างสรรพสินค้าแล้วก็วางไว้ คนก็มาเล่นเกมคุณ คุณก็ได้เงิน คุณเอาเงินนั้นมาซื้อตู้ที่ 2 ไปวางอีก คุณก็ได้เงินคืน ระหว่างนั้นคุณต้องทำอะไรไหม ? ในขณะที่รอก็มีคนเอาเงินมาหยอด เอาเงินมาให้คุณไปลงทุนต่อ ซึ่งมันจะขยายโอกาสของมันเอง

สรุป

สรุป คุณจะไม่มีทางได้เจอกับธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับคุณเลย ถ้าหากคุณไม่เปิดใจที่จะฟังมันและศึกษามัน และถ้าคุณเจอมันแล้ว คุณจะต้องศึกษามันให้ลึกๆ คุณควรจะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เปิดตัวเปิดใจให้กว้าง มองหาโอกาส และเมื่อโอกาสมาถึงก็คว้ามันเอาไว้และคุณก็เอาความสามารถของคุณมาใช้กับโอกาสนั้นๆ ถ้าคุณไม่สะสมความสามารถไว้ ต่อให้มีโอกาสเข้ามาก็เราโอกาสของมันไม่ได้

 

คนจน เอาเงินไปซื้อของที่ไม่จำเป็น ไม่สร้างรายได้ให้เขา

คนชั้นกลาง ก็สร้างหนี้และขังตัวเองไว้กับสถานะเดิมๆไม่กล้าออกจากจุดนั้น เพราะกลัวว่าถ้าตกงานแล้วจะไม่มีเงินไปซื้อหรือจ่ายในสิ่งที่เขาจ่ายทุกเดือน

คนรวย เขาเอาเงินไปลงทุน ใช้เงินต่อเงินเอาเงินที่ได้มาไปซื้อธุรกิจใหม่ แล้วสร้างให้เขาโตขึ้นเรื่อยๆ พอหลายๆธุรกิจรวมกันแต่ละอันก็สร้างรายได้ต่อเนื่อง นี้แหละครับคือบทสรุปของการสร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวย

 

อ.ไสว   บุตวงศ์

เบอร์โทร 093-3210248 Line ID : wai22sci

ติดต่อ   https://www.facebook.com/wai22sci

เว็บไซต์ :  https://wai22sci.wordpress.com/

สมัครร่วมธุรกิจ :    http://elitessc.com/wai22sci 

 

อารมณ์ คือ ปัญหา ปัญญา คือ ทางออก

อารมณ์ ปัญหา ปัญญา ทางออก

พ่อครับ ข้างบ้านเขาขโมยสอยมะม่วงเราครับ””
เด็กชายตัวน้อยวิ่งตื๋อมาหาพ่อ
พ่อหัวเราะแล้วถาม
“”เราเหลืออีกหลายลูกไหม? ลูก””
“”ผมเห็นอีกหลายลูกเลยครับ””
“”งั้นไปสอยมะม่วงสุกมาให้พ่อสักเจ็ดลูกสิ””
เด็กชายเข้าใจว่าพ่อคงใช้ให้สอยมะม่วงเพราะกลัวเพื่อนบ้าน
จะขโมยอีก จึงรีบสอยมะม่วงมาให้พ่อ
เมื่อได้มะม่วงก็หอบมาให้พ่อ หวังว่าจะได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ปรากฎว่า ผู้เป็นพ่อนำมะม่วงทั้งหมดมาจัดใส่ตะกร้าอย่างสวยงาม
แล้วจูงมือลูกชายไปกดกริ่งหน้าประตูของเพื่อนบ้านที่ลูกชายบอกว่า
สอยมะม่วงไป
เด็กชายงง ไม่เข้าใจว่าพ่อจะทำอะไร เมื่อเพื่อนบ้านเปิดประตูรั้วออกมา
เป็นชายวัยกลางคน หน้าตามีพิรุธเหมือนทำผิดอะไรบางอย่าง
ผู้เป็นพ่อจึงยื่นมะม่วงทั้งตะกร้าให้ แล้วกล่าวว่า
“”ผมเอามะม่วงมาฝากครับ เป็นเพื่อนบ้านอยู่บ้านข้างๆนี่เอง
มีอะไรก็บอกกันนะครับ จะได้ช่วยเหลือกัน””
ชายคนนั้นมีสีหน้าเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เขาบอกให้พ่อรอสักครู่
พร้อมทั้งกลับมาด้วยตะกร้าใบเดิม แต่คราวนี้มีไข่ไก่เต็มตะกร้า
“”ผมเลี้ยงไข่ไก่ไว้หลายตัว ขอให้ไข่เป็นของตอบแทนน้ำใจนะครับ””
พ่อกล่าวขอบคุณ แล้วจูงมือเด็กชายกลับบ้าน เด็กชายถามพ่อด้วยความสงสัย
“”ทำไมพ่อถึงเอามะม่วงไปให้เขา แทนที่จะไปทวงมะม่วงของเราคืนมา””
“”ถ้าพ่อไปทวงมะม่วง เราอาจจะได้มะม่วงคืน แต่เราจะเสียเพื่อนบ้าน
และอาจถึงกับโกรธกัน แต่นี่พ่อเอามะม่วงไปให้เขาเจ็ดลูก รวมที่เขาสอยไปหนึ่งลูกเป็นแปดลูก แต่เราได้ทั้งน้ำใจเขา ซึ่งก็คือไข่ตะกร้าใหญ่ แถมยังได้เพื่อนบ้านเพิ่ม ลูกว่าแบบไหนดีกว่ากันล่ะ””
อารมณ์คือปัญหา
สติ ปัญญาคือทางออก
การใช้อารมณ์มักเป็นตัวเริ่มต้นปัญหาต่างๆของมนุษย์ การใช้สติปัญญา ก่อนที่จะเกิดอารมณ์ไม่ดีต่อกันย่อมจะเป็นหนทางที่ดี ทั้งในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง
ชีวิตมีค่ากว่าอารมณ์
น่าเสียดายที่หลายคนต้องสูญเสียอนาคต เพราะไม่สามารถควบคุมอารณ์ได้
ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ
หากเรามองปัญหาต่างๆด้วยสติปัญญาอย่างรอบคอบ ถ่องแท้ ให้เข้าใจที่มาของปัญหาที่เหตุของมันแล้ว เราย่อมจะได้แนวทางแสงสว่างนำทางที่จะแก้ปัญหาได้เสมอ
‪#‎wai22sci‬

ทำไมเราต้องทำอาชีพเสริม

 

เพราะอะไรเราจึงต้องทำ อาชีพเสริม เหรอครับ ??เป็นคำถามที่สุดจะ คลาสสิค มาก ผมจะตอบให้ สั้นๆ แต่ได้ใจความก็ได้ว่า เพราะทุกวันนี้ เงินเดือนที่กินอยู่ทุกเดือนมันไม่พอกินไม่พอใช้ยังไงล่ะครับ เหตุผลทำไมเหรอ?? ก็เพราะทุกวันนี้ เรายังใช้วิธีการหาเงินแบบเดิมๆ อยู่คือการเป็นลูกจ้างไงล่ะครับคุณเคยสงสัยอีกไหมล่ะว่าทำไมเป็นลูกจ้างแล้วมันไม่รวยสักทีผมก็จะบอกว่าถ้าเป็นสมัย 10-20 ปี ก่อน คุณอาจจะรวยจากการเป็นลูกจ้างเพราะสมัยก่อน ทอง บาทล่ะ 4000 บาท คิดตามนะครับ แต่เราจบ ปริญญาตรีมาได้เงินเดือนเดือนล่ะ 8000บาท แสดงว่าจบมาก็ซื้อทองได้เดือนล่ะ 2 บาทถูกไหมครับ ทองคำวัดอะไรเหรอครับ สมัยก่อน ประเทศไหนมีทองคำสำรองเก็บไว้เยอะเค้าถือว่าประเทศนั้นร่ำรวยครับ ทุกวันนี้ก็เช่นกันครับใครมี ทอง เยอะเป็นเครื่องแสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีฐานะหรือมีเงิน นั่นเอง แล้วทุกวันนี้เกิดอะไรกับการหาเงินแบบเดิมๆตอบง่ายๆก็เพราะเดี๋ยวนี้จบปริญญาตรีมาเงินเดือน เดือนล่ะ 10000-15000บาท แต่ทองคำราคาพุ่งไปที่  25000 บาท จบมายังซื้อทองไม่ได้สักบาทถูกไหมครับ เหมือนเมื่อสมัย 10-20ปีก่อนราคาน้ำมันลิตรล่ะ 6 บาทเดี๋ยวนี้ลิตรล่ะ 40บาท ข้าวสมัยก่อนจานล่ะ 5-10บาท เดี๋ยวนี้จานล่ะ 40-60 บาท เห็นรึยังครับว่าเดี๋ยวนี้ของรอบตัวเรามันแพงขึ้น 5-6 เท่า!!แต่เงินเดือนที่เราได้มากลับเพิ่มมาไม่กี่ พัน บาท ถ้าคุณยังใช้วิธีการหาเงินแบบเดิมๆอยู่ผมกล้ารับรองเลยว่าคุณ อดตาย!! แน่นอน ครับ นี่แหละจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเราต้องมองหา อาชีพเสริม ทำ!!

 

ทำไมต้องทำธุรกิจ??

 

แต่  เอ๊ะ !! อาชีพเสริม ก็มีอยู่มากมายแต่ทำไมเราต้องมาทำธุรกิจด้วย??เป็นคำถามที่ชวนสงสัยอีกแล้วใช่ไหมครับ ก็เพราะผมเคยถามตัวเองว่า ถ้าผมอยากได้เงินเดือนเดือนล่ะ 100000 บาทผมต้องทำอาชีพอะไร ผมมองไปที่พ่อกับแม่ผมรับราชการมา 25 ปี เป็นถึงข้าราชการระดับ C8 นะครับ แต่ได้เงินเดือนเดือนล่ะ40000-50000บาทเอง ครับท่านก็ลองคิดดูก็แล้วกัน แต่ พ่อของเพื่อนผมทำธุรกิจค้าขายได้กำไรเดือนล่ะเป็นแสนๆบาท บางเดือนเป็นล้านๆนั่นแหละครับธุรกิจที่ผมเสาะหามานานคือการทำธุรกิจ..

 

ทำไมต้องทำเครือข่าย??

 

แต่พอรู้แล้วผมก็มองมาที่ธุรกิจอีกว่าถ้าทำแล้วเราควรจะทำธุรกิจอะไรดีครับ ตอนนั้น ผมก็มองหาธุรกิจเครือข่ายที่ดีทำ เพราะผมรู้ว่าคนรวยเขาทำเครือข่าย กันครับ นั่นไงผมเริ่มมีคำถามเข้ามาในหัวอีกว่าทำไมพวกคุณๆท่านๆทั้งหลายเรียน จบปริญญามาสูงส่ง แต่กลับได้เงินเดือนแค่เดือนล่ะครั้งคุณเคยคิดไหมครับ ว่าทำไม??  แต่ทำไมคนที่ทำเครือข่ายกลับมี รายได้เป็น วินาที หรือต่อชั่วโมง หรือ ต่อวัน!! ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ 7-11 เรานี่แหละครับมี 7000สาขาทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายไหม  เป็นครับ เปิด 24 ชั่วโมงมีคนเข้าตลอดได้เงินเป็นวินาทีแน่นอนครับ ธุรกิจเครือข่ายคือธุรกิจที่ทำเพื่อหยุดทำครับ !! เออ..น่าคิดเนอะหยุดทำแล้วทำไมมันได้เงิน คุณลองสังเกตุนะครับทุก วันนี้ คุณ กินเบียร์ กินเหล้า ทุกวันใช่ไหมครับ เจ้าของเขาเคยมาขายคุณไหมครับ ไม่เคยครับ แต่เจ้าของเขาอาจจะไปอาบแดด  ที่ ฮาวาย ไปล่องเรือยอร์ช ที่ต่างประเทศ แต่ เงิน ก็ยังเข้ากระเป๋าเขาทุกวันนี่แหละครับความสวยงามของเครือข่ายมีสาขาไว้ทำงานแทนเรา จำเอาไว้นะครับ คนรวย ใช้เงินต่อเงินครับ..

 

แล้วทำไมผมต้องทำธุรกิจเครือข่ายกับคุณ?

 

มีคนถามคำถามนี้กับผมเยอะมากครับ จนผมตอบแทบไม่ไหว แต่วันนี้ผมจะมาตอบกันให้กระจ่างไปเลย เพราะทุกวันนี้อะไรที่อยู่รอบตัวเราก็เป็นเครือข่ายไปหมด โทรศัพท์มือถือ Face Book ที่เราเล่นกันทุกวัน 7-11  ที่เราเดินเข้ากันทุกวัน google ที่พวกคุณๆทั้งหลายใช้หาข้อมูลกันทุกวันก็ล้วนแต่เป็น เครือข่าย ทั้งสิ้น แต่ผมขอถามคำถามหนึ่งกับพวกคุณ นะครับว่า พวกคุณมีเงินเป็น พัน เป็น หมื่นล้านแล้วเหรอครับ พร้อมที่จะลงทุนแล้วเหรอครับ นั่นไง อ่ะ!!! ผมลดลงมาหน่อยนึง 7-11 แล้วกัน ใช้เงินลุงทุนประมาณ 6 ล้าน คุณมีแล้วหรือยัง?? หรือถ้ามีแล้วคุณพร้อมที่จะเสี่ยงหรือยังครับ?? นี่แหละครับเหตุผลที่พวกคุณควรมาทำธุรกิจเครือข่ายกับผม เพราะอะไร?? มันลงทุนน้อยไง แต่ได้ผลกำไรตอบแทนมากมายมหาศาล แล้วก็จะมีคำถาม ถามผมกลับมาอีกว่า พี่ครับๆ เสี่ยงไหมถ้าผมจะลงทุนกับพี่ ผมก็จะบอกเลยครับว่า น้องคิดว่า คนที่ลงทุน ไม่กี่ ร้อย ไม่กี่ พัน ไม่กี่ หมื่น กับคนที่เขาเป็นเจ้าของแต่ลงทุนไปเป็น พัน เป็น หมื่นล้าน น้องคิดว่าใครเสี่ยงกว่ากัน แล้ว น้องคิดไหมว่า คนที่ลงทุนไม่กี่ ร้อย ไม่กี่ พัน ไม่กี่ หมื่น กับคนที่ลงทุนไปเป็น พัน เป็นหมื่นล้าน ใครอยากเจ้งมากกว่ากัน นั่นแหละคือคำตอบของความเสี่ยงที่คุณถามผมมาครับ ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้หน่อยหนึ่งว่า การที่คุณทำงานประจำ หรือ เป็นลูกจ้าง มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่คุณไปปลูก ต้นแอปเปิ้ลในที่ของคนอื่นหรอกครับคุณ รด น้ำ พรวนดินมันมากับมือ แต่พออยากกิน ผล แอปเปิ้ล คุณยังต้องเสียเงินซื้อเลย ก็เหมือน งานประจำที่คุณทำ ทำงานมา 10 ปี บริษัทก็ไม่ใช่ของคุณหรอกครับโอนไปให้ลูกให้หลานก็ไม่ได้…